หลังจากการเดินทางยาวนานกว่าทศวรรษที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่กล้าหาญ และความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ ซีรีส์มังงะบุกเบิกของ Kohei Horikoshi ก็ได้มาถึงบทสรุปอันยิ่งใหญ่แล้ว
My Hero Academia เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2014 และครองใจผู้คนนับล้านด้วยเรื่องราวที่สร้างบันดาลใจของอิซึคุ มิโดริยะและเพื่อนร่วมชั้นที่โรงเรียนมัธยม U.A. ที่พยายามอย่างหนักเพื่อการเป็นฮีโร่
ในตอนที่ 430 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ได้ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ซึ่งบทความนี้จะมาสรุปเรื่องราวอันน่าทึ่งของซีรีส์ พร้อมกับแสดงให้แฟนๆ เห็นว่าฮีโร่และตัวละครโปรดของเป็นอย่างไรบ้างในตอนจบของซีรีส์
สินค้าอนิเมะที่คุณอาจสนใจ
อธิบายตอนจบ My Hero Academia: บทสรุปเรื่องราวที่ยาวนานกว่า 10 ปี

ตอนที่ 424 ถึง 430 ถือเป็นบทส่งท้ายของมังงะ โดยให้แฟนๆ ได้สัมผัสชีวิตของเหล่าฮีโร่หลังจากตอนจบของบท Final War ซึ่งในตอนดังกล่าว เหล่าฮีโร่ได้เอาชนะ โทมูระ ชิการาคิ และ ออลฟอร์วัน ในที่สุด
ในตอนที่ 425 เราได้เห็นนักเรียนชั้น 1-A กลับมาที่โรงเรียนมัธยม U.A. หลังจากฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ
อาโอยามะ ยูงะ ซึ่งคอยเป็นสปายให้กับ ออลฟอร์วัน มาตั้งแต่ต้นตัดสินใจออกจากชั้น 1-A และโรงเรียน ซึ่งทำให้ ชินโซ ฮิโตชิ นักเรียนจากห้อง 2-A ที่มีอาจารย์ไอซาว่าเป็นอาจารย์คอยฝึกให้เข้ามาแทนที่
ในตอนที่ 426 มังงะได้เผยให้เห็นถึงครอบครัวโทโดโรกิที่ไปเยี่ยมดาบิ ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อโทยะ โทโดโรกิ และเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ไม่สามารถรักษาได้จากศึกสุดท้าย ทำให้เขาไม่สามารถยื้อชีวิตและต้องตายลงอย่างช้าๆ
เอนเดเวอร์ ได้สัญญาว่าจะอยู่กับโทยะทุกวันเพื่อชดใช้ความผิดที่เขาปฏิบัติต่อโทยะอย่างรุนแรง และในที่สุดครอบครัวโทโรโดกิก็ได้กลับมาหาโทยะอีกครั้ง

หลังจากนั้น ก็จะเป็นฉากที่เหล่าฮีโร่ได้ช่วยกันฟื้นฟูประเทศที่ได้รับความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ และแม้ว่าบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความสุขที่สามารถผ่านสงครามกันมาได้ แต่ในส่วนของ อุรารากะ เธอมีความรู้สึกแย่อยู่ในตัวและทิ้งข้อความไว้ให้เพื่อนร่วมชั้นว่าเธอต้องกลับบ้านแล้ว
ซึ่งในตอน 429 เดกุก็ได้ออกตามหาอุรารากะที่กำลังเจอกับความเครียดจากศึกสงครามสุดท้าย พร้อมกับปลอบโยนเธอว่าเธอเป็นหนึ่งในฮีโร่ที่เขาอยากจะเป็น ซึ่งคอยคิดถึงคนอื่นอยู่ตลอด ในขณะเดียวกัน นักเรียนคนอื่นๆในคลาส 1-A ก็ยอมรับเธอในฐานะฮีโร่คนสำคัญคนหนึ่ง

ในตอน 430 ซึ่งเป็นบทสุดท้ายของซีรีส์นี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมา 8 ปีหลังจากสงครามสุดท้าย โดยแสดงให้เห็นชีวิตของเหล่าฮีโร่
ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เดกุได้เสียพลังวันฟอร์ออลไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หยุดเขาจากการช่วยเหลือฮีโร่รุ่นต่อไปในฐานะครูที่โรงเรียน U.A. ซึ่งกลุ่มเหล่านักเรียนที่กระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมหลักสูตรฮีโร่ต่างก็มองเดกุเป็นเหมือนไอดอลของพวกเขา
ในบทนี้ยังเน้นถึง โชจิ เมโซ หรือ เทนทาเคิล ซึ่งได้กลายเป็นฮีโร่ชื่อดังจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติตามรูปร่างอย่างสันติ ทำให้เขาได้รับรางวัลสันติภาพของอิมามูระ
ในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมชั้นคลาส 1-A อย่าง โอชาโกะ, อิดะ เทนเซย์ หรือ อินเกเนี่ยม, อาซุย ซึยุ หรือ ฟล็อปปี้ และ ยาโอโยโรสุ โมโมะ หรือ ครีเอตี้ ได้กลายเป็นทูตฮีโร่ โดยไปเยี่ยมโรงเรียนประถมต่างๆ เพื่อพูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับลักษณะพิเศษของพวกเขา

นอกจากนี้ ในบทนี้เราจะได้รับข้อมูลจากอาจารย์ไอซาว่าว่าตอนนี้ บาคุโกและโทโรโดกิ ได้กลายเป็นฮีโร่ระดับแนวหน้าของประเทศแล้ว
และในบทนี้ เหล่าแฟนๆจะได้พบกัน ได เด็กนักเรียนไร้อัตลักษณ์คนหนึ่ง ที่กำลังคิดว่าเขาจะเป็นฮีโร่แบบที่เดกุและเพื่อนคลาส 1-A คนอื่นๆเป็นได้หรือเปล่า ซึ่งทางเดกุก็ได้ให้กำลังเขาพร้อมกับให้เขาทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ต่อไป เพราะไม่ว่าใครก็เป็นฮีโร่ได้ทั้งนั้น
ก่อนที่ในช่วงสุดท้ายของตอน ยางิ โทชิโนริ หรือ ออลไมท์ อดีตฮีโร่อันดับหนึ่ง ได้มอบชุดพิเศษให้กับเดกุซึ่งทำให้เขาสามารถเป็นฮีโร่ได้อีกครั้ง โดยออลไมท์ได้อธิบายว่าเพื่อนชั้น 1-A ของเดกุ ซึ่งนำโดยบาคุโกะ เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนชุดนี้ที่พัฒนาโดยเม ฮัตสึเมะและเพื่อนของออลไมท์ในต่างประเทศ
โดยออลไมท์ได้บอกกับเดกุว่าเขาสมควรที่จะได้รับพลังนี้ ก่อนที่ในฉากสุดท้าย เราจะได้เห็นเดกุและเหล่าเพื่อนๆชั้น 1-A ออกไปช่วยโลกอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับคำบรรยายทิ้งท้ายว่า “และนี่คือเรื่องราวของพวกผม ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็พร้อมยื่นมือออกไปช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ”

อ่านเพิ่ม: Jujutsu Kaisen: อนิเมะจบที่ช่วงไหนของมังงะ?