คอเกมสายลูกหนัง เชื่อว่า Football Manager หรือ FM เป็นหนึ่งในเกมยอดฮิตที่ทุกคนรู้จัก และต้องมีติดเครื่องเอาไว้…

ความสมจริง และความสนุกที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นผู้จัดการทีมกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ FM ได้รับความนิยม แม้ว่าจะไม่ใช่เกมที่ให้บังคับผู้เล่นในสนามเหมือน FIFA หรือ eFootball แต่บทบาทการเป็นผู้จัดการทีมก็สนุกไปอีกแบบ เผชิญความกดดัน ได้เห็นการทำงานหลังบ้านที่สมจริงสุดๆ นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ FM ได้รับความนิยมทั่วโลก

และคงจะดีไม่น้อย หากวันหนึ่งฝีมือการคุมทีมของคุณจะสามารถไปไกลถึงแชมป์โลก ซึ่งความรู้สึกนี้ได้เกิดขึ้นแล้วกับนักแข่งชาวอินโดนีเซีย อย่าง อิชซาน ราห์มัต เทาฟิก และ บูดี มูฮาหมัด มานาร์ ฮิดายัต ที่คว้าแชมป์โลกในรายการ FIFAe World Cup 2024 ft. Football Manager

แต่การแข่งขันนี้มีระบบการเล่นอย่างไร กติกาที่นำไปสู่แชมป์โลกจะต่างจากเกมฟุตบอลทั่วไปแค่ไหน ONE Esports Thailand จะพาไปหาคำตอบ…

รู้จัก FIFAe World Cup 2024 ft. Football Manager

ทัวร์นาเมนต์นี้ถูกจัดขึ้นโดยมี 19 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วย เบลเยียม, อังกฤษ, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อินเดีย, ลิธัวเนีย, มาเลเซีย, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, เปรู, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, สเปน, ตุรกี, สวิตเซอร์แลนด์ และ อินโดนีเซีย หนึ่งเดียวจากอาเซียน (อังกฤษส่ง 2 ทีม เพราะเป็นเจ้าภาพ รวมเป็น 20 ทีม) โดยจัดขึ้นที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 1 กันยายน 2024

FM คือเกมที่สมจริงกับการรับบทเป็นผู้จัดการทีม ดังนั้นเมื่อจัดการแข่งขันแบบออฟไลน์ระดับโลกก็ต้องเน้นความสมจริงแบบจัดหนักจัดเต็ม โดยก่อนเริ่มการแข่งขันจะมีจัดแถลงข่าวจริงๆ ให้ผู้จัดการ และผู้ช่วยผู้จัดการทีมของแต่ละทีมร่วมให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นที่จะพูดถึงการเตรียมทีมของตัวเอง จากนั้นระหว่างแข่งขัน เมื่อจบซีซั่นแรกจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อให้สื่อได้สัมภาษณ์อีกครั้ง

สินค้าเกมมิ่ง PC ที่คุณอาจสนใจ

สินค้าราคาส่วนลด
ZOWIE FK2-C Esports Gaming Mouse ขนาด M/กลาง฿2,190
OWIRE แท่นวางโน๊ตบุ๊ค พับเก็บได้กันลื่น ปรับได้ 7 ระดับ฿97 – ฿22959%
LOGA X PimDit : Thai Mutelu keycap set profile XDA ปุ่ม PBT dyesub฿1,790
Neolution E-Sport Gaming Mouse SOLAR฿75050%
9Gadget – ที่วางจอคอม USB มี RGB โต๊ะวางจอมอนิเตอร์฿529 – ฿549
WHG โค่น Advice ซิวแชมป์ FC Pro Champions Cup 2024
Deadlock: มีโอกาสจะลงคอนโซลหรือไม่?
ระบบการแข่งขัน FM

ระบบการแข่งขัน FM

แต่ละชาติหรือหนึ่งทีมจะประกอบไปด้วยผู้เข้าแข่งขัน 2 คน แบ่งเป็นผู้จัดการทีม และผู้ช่วยผู้จัดการทีม สำหรับการแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 รอบ ประกอบด้วย รอบแบ่งกลุ่ม, รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ

สำหรับรอบแบ่งกลุ่มจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม A, B, C, D แต่ละกลุ่มจะมี 5 ทีมจาก 20 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้เล่นสโมสรที่กำหนดไว้ ดังนี้

กลุ่ม A โยโกฮามา เอฟ มารินอส : นอร์เวย์, ตุรเคีย, ซาอุดิ อาระเบีย, เยอรมัน, เบลเยี่ยม

กลุ่ม B ไบรท์ตัน & ฮอฟ อัลเบี้ยน : เกาหลีใต้, โปรตุเกส, แอฟริกาใต้, เนเธอร์แลนด์, สเปน

กลุ่ม C สปอร์ติง ลิสบอน : โปแลนด์, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อินเดีย, อินโดนีเซีย

กลุ่ม D ดินาโม ซาเกรบ : มาเลเซีย, อังกฤษ, ลิทัวเนีย, เปรู, สวิตเซอร์แลนด์

แต่ละประเทศจะเผชิญหน้าทีมในกลุ่มของตัวเองเพื่อเก็บแต้ม โดยจะแบ่งการแข่งออกเป็น 3 ฤดูกาล ซึ่งแต่ละฤดูกาลจะใช้เวลาแข่งขันวันต่อวัน โดยวันแรกจะเป็นช่วงปรีซีซั่น จากนั้นวันถัดมาจะเริ่มเปิดฤดูกาลแรก ทั้งนี้ทุกทีมจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นด้วยมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเล่นสโมสรไหนก็จะเริ่มต้นด้วยคุณภาพทีมเท่าๆ กัน

แต่ละฤดูกาลจะใช้เวลาแข่งขัน 9 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ๆ ละ 3 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน ผู้เล่นจะต้องให้ข้อมูลอัปเดตแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนร่วม ซึ่งหมายถึงการโต้ตอบกับคำติชมและจัดการกับคำถามที่สำคัญจากสื่อ(สื่อจริง) ในตอนท้ายของแต่ละวัน ผู้เล่นจะต้องแถลงข่าวและสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการภายในสถานที่ที่จัดขึ้น

แต่หากผู้เล่นทีมใดล้มเหลวในการจบฤดูกาลที่ไม่ดี หรือถูกไล่ออกในเกมที่คุมสโมสรนั้นอยู่ ผู้เล่นดังกล่าวจะถูกตัดออกจากการแข่งขันทันที

ในฤดูกาลที่ 2 ของการแข่งวันที่ 3 รูปแบบการแข่งยังเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยผู้เล่นจะจัดการทีมของตัวเองได้อย่างเป็นอิสระ ส่วนวันที่ 4 ซึ่งเป็นการแข่งในซีซั่นสุดท้ายจะมุ่งเน้นไปที่การจบฤดูกาลให้ดีที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตลาดซื้อขายเสริมทัพในช่วงฤดูร้อน และหลังจาก 3 ฤดูกาลนี้ ตารางจะระบุผู้เล่นที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่มที่จะคัดเข้าสู่การแข่งวันสุดท้าย

สำหรับการแข่งวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ระบบจะเพิ่มความตื่นเต้นด้วยโหมด Fantasy Draft ของ Football Manager ที่จะทดสอบทักษะทางยุทธวิธีของผู้เล่น ผู้ชนะของแต่ละกลุ่มจะแข่งขันกันในรูปแบบ Fantasy Draft โดยทีมที่ดีที่สุดของทั้ง 4 กลุ่ม จะเข้ามาเจอกันในรอบรองชนะเลิศในโหมด Fantasy Draft

ทั้ง 4 ทีม สามารถเลือกผู้เล่น 18-22 คน สำหรับการแข่งในรอบนี้ภายใต้งบประมาณ 274 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการดราฟต์จะมีเวลา 60 วินาที สำหรับเลือกแต่ละครั้ง และจะวนเลือกจนกว่าตำแหน่งในทีมๆ นั้นจะเต็มโควตา ในรอบนี้ ทีม A จะพบทีม B ส่วน ทีม C จะพบทีม D และผู้ชนะจาก 2 แมตช์นี้ จะเข้ามาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ โดยในรอบรอง และรอบชิง จะเป็นการคุมทีมมาประชันฝีมือหาผู้ชนะ

การคิดคะแนนในลีก

เนื่องจากแต่ละสโมสรที่ทีมใน 4 กลุ่ม ได้รับเลือกให้คุมทีมอยู่ในลีกที่ต่างกัน ทำให้จำนวนสโมสรในลีกนั้นๆ ไม่เท่ากัน ดังนั้นคะแนนที่ได้รับตามตำแหน่งในลีกจะถูกจัดสรรคะแนนสำหรับความท้าทายต่างกันไป เช่น หากจบอันดับ 1 ในลีกที่มี 20 ทีม ก็จะได้รับ 50 คะแนน, หากจบอันดับ 2 ได้ 40 คะแนน และ 30 คะแนนสำหรับการจบอันดับ 6 เป็นต้น

การคิดคะแนนในฟุตบอลถ้วย

ระหว่างที่ฤดูกาลกำลังดำเนินไป ผู้เล่นจะต้องคุมทีมลงเล่นฟุตบอลถ้วยด้วย ซึ่งกาาคิดคะแนนนั้น หากผู้เล่นที่เข้าร่วมแข่งขัน National Cup หนึ่งรายการ และ Europa League หรือฟุตบอลในแต่ละถ้วย คะแนนจะได้รับการจัดสรรเช่น แต่ละรอบใน National Cup มีค่า 2 คะแนน และ Europa League แต่ละรอบอยู่ที่ 3 แต้ม

นอกจากนี้การได้รับถ้วยรางวัลในแต่ละรายการ คะแนนที่ได้รับจากการชนะจะถูกรวมอยู่ในการคำนวณอันดับลีกของแต่ละทีม

บทสรุปการคว้าแชมป์โลกของอินโดนีเซีย

อิชซาน ราห์มัต เทาฟิก ที่ได้รับบทเป็นผู้จัดการทีมจากตัวแทนอินโดนีเซีย ที่คุม สปอร์ติง ลิสบอน สามารถทำแต้มได้สูงสุด 364 คะแนน ในการแข่งรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ผ่านเข้าไปเจอเจ้าภาพอังกฤษ ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะเอาชนะชาติเจ้าภาพจนเข้าไปเจอกับ เยอรมัน ในรอบชิงชนะเลิศ ท้ายที่สุด อินโดนีเซีย ก็คว้าแชมป์โลกไปครอง ซึ่งผลงานของพวกเขา มีดังนี้

ฤดูกาลที่ 1 : 107 คะแนน

ฤดูกาลที่ 2 : 129 คะแนน

ฤดูกาลที่ 3 : 128 คะแนน

รวมรอบแบ่งกลุ่มในการแข่ง 3 ฤดูกาล ทำได้ 364 คะแนน ชนะ 65 โทรฟี่ ได้แต้มจากการบริหารจัดการทีม 36 คะแนน 

ในรอบชิงชนะเลิศ อินโดนีเซีย พบกับ เยอรมัน แข่งขันกัน 2 เกม โดยเกมแรก อินโดฯ ถล่มไป 3-0 ส่วนในเกมที่ 2 อินโดฯ ยังคงยอดเยี่ยมชนะไป 5-2 ทำให้รวม 2 นัด อินโดนีเซีย ถล่ม เยอรมัน 8-2 คว้าแชมป์โลกไปครอง

https://shope.ee/4Kx8REp6Il

อ่านเพิ่ม: Deadlock: วิธีตั้งค่าเพื่อใช้จอยเล่นเกม