คนเล่นเกมกับเสียงค้านจากครอบครัวนับว่า เป็นของคู่กันที่ตามมาด้วยคำสั่งห้ามด้วยเหตุผลที่ว่า เกมคือสิ่งไร้ประโยชน์

แต่ในบางครอบครัว พวกเขากล้าที่จะเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเอง แม้ว่า สิ่งนั้นจะต้องแลกกับความไม่แน่นอนในอนาคต



Patiphan หรือ “ปั้น” – ปฏิภาณ ไชยวงษ์ คือเด็กหนุ่มวัย 17 ปี ผู้โชคดี เมื่อครอบครัวของเขากล้าเปิดโอกาสให้เลือกเส้นทางของตัวเอง แม้สิ่งนั้นคือเกมที่โดนมองว่า ไร้สาระ ไร้อนาคต พวกเขายอมเข้าใจความต้องการของลูก จนทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ไปยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของอาชีพบนวัยที่ยังน้อย

แม่คัดค้าน

“แม่ผมค้านหัวชนฝาเลยครับ” ปั้น เอ่ยประโยคแรกทันที เมื่อถูกถามถึงแรงสนับสนุนจากครอบครัวกับการเล่นเกม

เด็กหนุ่มจังหวัดสระแก้ว มีชีวิตเหมือนเด็กตามวัยทั่วไปใช้ชีวิตวัยเด็กควบคู่กับการเล่นเกมเป็นความบันเทิงของชีวิต ทุกๆวันเขาจะทำการบ้านให้เสร็จจากนั้นจะเริ่มเวลาแห่งความสนุกเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าสู่โลกของ Overwatch เกม FPS ที่กระแสกำลังมาแรงที่สุด

ปั้น เริ่มเล่นจากการไต่แรงค์ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาได้รับคำชวนเข้าทีม OneShine หนึ่งในทีม Overwatch ของไทย ที่กำลังจะได้ไปแข่งขันชิงแชมป์โลก Overwatch Contenders 2018 Season 1: Pacific ที่ประเทศไต้หวัน ทำให้เด็กน้อยที่เล่นเกมสนุกไปวันๆ มีไฟขึ้นทันที แต่ก่อนจะไประดับโลก เขาต้องผ่านด่านครอบครัวเสียก่อน เมื่อแม่ของเขา คัดค้านคำขอของเขาทันทีที่รู้

“แม่บอกว่า ไม่โอเค กับการไปแข่งเกม เขาไม่อยากให้ไป ผมขอแม่เป็นอาทิตย์ แต่เขาค้านหัวชนฝาเลย ผมพยายามอธิบายว่า อยากไปแข่ง แต่เขาก็ห่วงความปลอดภัยไม่อยากให้ไป แต่อยากลองดู ทีมเชื่อใจได้ทุกคนใจดีมีคนรู้จักกันอยู่แล้ว ก็พยายามพูดอธิบายกับเขาเรื่อยๆมีแอบน้อยใจแม่เหมือนกัน”

“แต่ผมโชคดีที่พ่อเขาเป็นคนชอบเล่นเกมเหมือนกัน เขารู้ว่า เกมมันไปได้เลยอยากให้ลองไปดู ผมให้พ่อช่วยคุยกับแม่เกลี้ยกล่องให้หน่อยจนแม่เปลี่ยนใจให้ลองไป แต่ผมไม่ได้มั่นใจในฝีมือตัวเองเลยในตอนนั้น ผมไม่มีประสบการณ์แข่งขัน แต่ต้องไปแข่งที่ต่างประเทศ ผมไม่เคยอยู่กับคนหมู่มาก เป็นแค่เด็กเกรียนๆในแรงก์คนหนึ่งเท่านั้น”

โชคดีที่การแข่ง Overwatch Contenders 2018 Season 1: Pacific ถูกจัดตรงกับช่วงปิดเทอม ทำให้คุณแม่ของเขายอมอนุญาติให้เข้าแข่ง แต่สุดท้ายทัวร์นาเมนต์แรกในชีวิตก็จบลงไม่สวย เมื่อ ปั้น กับ OneShine จบอันดับบ๊วยของกลุ่ม โดยไม่ชนะใครเลย

แม้โอกาสแรกจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ ปั้น มองว่า เขาสามารถไปต่อในเส้นทางนี้ได้ นี่คือสิ่งที่ชอบ และอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น ไฟในตัวของ ปั้น ถูกจุดให้ลุกโชนกว่าเดิม

เต็มที่เลยลูก

หลังกลับจากไต้หวัน ทุกอย่างเปลี่ยนไป จากเดิมที่คุณแม่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเส้นทางที่เลือก แต่ในตอนนี้กลับยอมเปิดใจมากขึ้น ทำให้ ปั้น ได้คอมเครื่องใหม่จากคุณแม่ที่ลงทุนซื้ออุปกรณ์ให้เขาสำหรับใช้ฝึกฝนฝีมือแทนเครื่องเก่า

“คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยตั้งกฎสำหรับการเล่นเกม เขารู้ว่า ผมรับผิดชอบตัวเองได้ แค่อย่าเล่นดึกมากก็พอ ก่อนไปไต้หวัน ผมเล่นคอมพิวเตอร์กากๆ เล่น Overwatch ได้ไม่เต็มที่ แต่พอกลับจากไต้หวัน แม่ก็จัดคอมเครื่องใหม่ให้เลย แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจกับวงการนี้เท่าไหร่”

“ตอนแข่งที่ไต้หวัน เวลาเห็นชื่อคนเก่งๆผมรู้สึกว่า เราจะเอาอะไรไปสู้เขา ผมไม่มีประสบการณ์มันไม่เชิงกดดัน แต่รู้สึกว่า สู้ไม่ได้ ผมยังปรับตัวสู้กับความกดดันนั้นๆไม่ได้ เล่นไม่ออก แต่ผมรู้สึกว่า มันไปได้ ถ้าผมพร้อมกว่านี้”

“พอเข้าไปเจอระดับอาชีพมันเปลี่ยนความคิดไปเลยสำหรับเด็กเล่นเกมธรรมดาคนหนึ่ง พอได้เล่นเป็นอาชีพทำให้รู้ว่า ผมสามารถแข่งได้ ผมไม่ได้อยากจะนั่งเล่นเกมไปวันๆ ผมเก่งสิ่งนี้อยากจะทำสิ่งนี้ ผมมีเป้าหมายแล้วว่า อยากยกระดับตัวเองไปให้ไกลกว่านี้ ความคิดง่ายๆในตอนนั้นคือผมอยากไปเล่นต่างประเทศ แค่นี้เลย”

“ผมคิดแค่ว่าผมอยากไปอยู่ทีมต่างประเทศกับทีมดังๆอย่าง T1 เป็นสิ่งที่ตั้งเป้าไว้แต่แรก คิดว่า มันยาก เราต้องเล่นให้ได้จนมีสปอร์ตไลท์ฉายมาที่เรา เลยมีไฟมากๆ ยิ่งพอถูกมองข้ามบ่อยก็ยิ่งมีไฟ ซ้อมหนักขึ้นเป็นเท่าตัว”

ปั้น มุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมเต็มที่ไม่เพียงแต่แรงหนุนจากครอบครัวเท่านั้นที่จุดไฟนักแข่งในตัว ปั้น แต่ประสบการณ์การแข่งขันระดับอาชีพช่วยเปลี่ยนความคิด ปั้น ที่มีต่อเกมมากขึ้นบนวัย 14 ปี

เมื่อการสนับสนุนของครอบครัวและความกระหายในตัวเกิดควบคู่ไปด้วยกันทำให้ ปั้น ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ และทำให้เขาได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมศึก Overwatch World Cup 2018 – Bangkok Qualifier ในเวลาต่อมา…

ดาวรุ่ง Overwatch

ขณะนั้น ปั้น ย้ายสังกัดเป็นสมาชิกใหม่ของ Xavier Esports ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาประทับใจมากที่สุดตลอดการเป็นนักแข่งเกม เพราะเขาได้รับเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย เข้าแข่งขัน Overwatch World Cup 2018 – Bangkok Qualifier

Xavier Esports เป็นทีมพาร์ทไทม์ เขาจึงได้รับอนุญาติจากครอบครัวให้เข้าร่วมทีมได้ เพราะเวลาฝึกซ้อมคือ 20.00 น. – 22.00 น. จึงไม่กระทบเรื่องเรียน อีกทั้งยังอาสาเป็นคนคอยรับส่งลูกชายเข้าแคมป์ฝึกซ้อมด้วยความเต็มใจ

นอกจากนี้ทีมยังมีการฝึกซ้อมเป็นระบบอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ปั้น โหยหา เขาต้องการยกระดับตัวเอง และ Xavier Esports ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัว

ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นรายการชิงแชมป์โลก Overwatch ถูกจัดขึ้นที่ประเทศไทย ปั้น จึงตัดสินใจเข้าคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ก่อนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 คนเข้าร่วมศึก Overwatch World Cup 2018 – Bangkok Qualifier

“ผมรู้สึกว่า ทุกอย่างในตอนนั้นมันไวมากๆ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ผมยังเป็นเด็กเล่นเกมธรรมดา แต่ตอนนี้ได้มาชิงแชมป์โลก แต่ผมไม่มีควมกลัวเลยนะ ผมนั่งดูว่า เราจะได้เจอประเทศไหนบ้าง มันรู้สึกอยากเจอ อยากแข่ง อยากลองสู้ไปหมด”

“วันที่มีธงชาติติดบนหน้าแก ผมรู้สึกว่า โครตเท่ ความรู้สึกมันแบบเฮ้ย เราได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยนะ ตอนนั้นคนดูเยอะมากๆ ผมเป็นพวกยิ่งเจอความกดดันจะยิ่งรู้สึกดี มันมีความกล้าฮึกเหิมมากขึ้น พ่อกับแม่ก็ยิ้มกรุ้มกริ่มเลย พวกเขาตามดูผมตลอด ช่วงนั้นมีข่าวเกี่ยวกับผมว่า เด็กอายุ 14 ปี เล่น Overwatch ให้ทีมชาติไทย เขาก็จะตามอ่านตลอด บางครั้งแม่ก็มีไปเล่าให้ญาติๆฟังว่า เราแข่งเกมแล้วได้เป็นตัวแทนทีมชาติไปแข่งระดับโลก”

“ตัวผมก็พิสูจน์ตัวเองได้ค่อนข้างเยอะว่า เกมมันไปได้จริงๆนะ”

การเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ครั้งนั้น ปั้น ยังได้ร่วมงานกับ Mickie หรือ ปองภพ รัตนแสงโชติ โปร Overwatch ชาวไทย ที่เคยเล่นในลีกระดับโลกมาแล้ว ทำให้เขาได้ซึบซับความรู้มาปรับใช้กับตัวเองได้ด้วย

“พี่มิกเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผมเรียนรู้วิธีสื่อสารในเกม Overwatch จะมีวิธีสื่อสารในเกม ซึ่งเป็นวิธีเฉพาะของแต่ละคน พี่มิกเขามีวิธีของเขาที่พูดในสิ่งสำคัญเนื้อๆ มันมีผลต่อทีม เขาสื่อสารดีมากๆ ผมก็เรียนรู้ทำตามจากเขามันช่วยพัฒนาผมด้วย เพราะปกติผมเป็นคนพูดน้อย ทำอะไรไม่ค่อยบอก ลุยอย่างเดียว เขาเป็นคนที่ปลุกใจทีม และสื่อสารดีด้วย”

อย่างไรก็ตามทีมชาติไทย จบด้วยอันดับสุดท้าย เป็นอีกครั้งที่ ปั้น ต้องผิดหวังบนเส้นทางนี้ แต่ไม่ได้สร้างความเสียใจหรือหมดไฟในการแข่งแม้แต่น้อย

“ผมเป็นพวกเรียนรู้ไว พอผมแพ้ผมมักได้เห็นอะไรมากกว่าการแพ้ ผมจะมองว่า เพราะอะไรเราถึงแพ้ ทำไมถึงเราตัดสินใจทำแบบนี้แล้วทำไมเขาถึงเอาชนะเราได้ ตรงนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้ว่า ระดับโลกมันเป็นแบบนี้นะ เราได้เห็นถึงความแตกต่างที่มันเยอะมาก”

“หลังจบชิงแชมป์โลกเป็นช่วงที่ผมมั่นใจมากๆว่า เราเก่งแล้วรู้สึกได้ก้าวไปอีกระดับ ผมกลายเป็นคนที่ชอบเล่นเพลย์แปลกๆที่คนเขาไม่เล่นกัน ไม่คิดว่าจะกล้าทำ เหมือนมีอีโก้ในตัวเองว่า เราเก่งเราทำได้  แต่มันมีข้อดีและข้อเสีย ถ้ากล้าเล่นเสี่ยงๆหากทำได้ก็ชนะ ผมกลายเป็นคนกล้าเล่นมั่นใจในตัวเอง”

“ผมมีอีโก้ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการเล่น ทุกอย่างยังอยู่ในระบบของทีม การเล่นเป็นทีมยังเป็นสิ่งสำคัญเสมอ”

ลุยลีกระดับโลก

ปั้นลงแข่งรายการระดับเมเจอร์ให้ Xavier Esports อีกสองรายการ ก่อนตัดสินใจย้ายสู่ Talon Esports ช่วงนั้นเขาตัดสินใจดร็อปเรียนชั้นมัธยมปลายเพื่อมุ่งหน้ากับเกมอย่างจริงจัง ทางคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ขัด แม้จะเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวมักคัดค้าน หากปล่อยให้เกมกระทบเรื่องเรียนจนถึงขั้นดร็อปเรียนแบบนี้ เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของลูกอย่างเต็มเปี่ยม

“ผมตัดสินใจดร็อปเรียนผมจบแค่ม.4 เลือกไปเรียน กศน.แทน เพราะเรียนแค่เสาร์-อาทิตย์ ผมแค่ต้องการต้องการวุฒิม.6 เพื่อไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอนาคต ผมคิดไว้ว่า จะเรียนต่อในตอนที่แข่งต่อไม่ไหวแล้ว”

“ตอนอยู่ Talon ผมได้แชมป์ Overwatch Contenders 2019 Season 2: Pacific มันเป็นการคว้าแชมป์ที่ขาดลอย ผมแพ้ไปแมตช์เดียว ผมรู้สึกถึงความต่างในระดับภูมิภาค หลังจบทัวร์นั้นมันมีรายการ Overwatch Contenders 2019: The Gauntlet ที่คัดเอาที่หนึ่งของแต่ละโซนไปเจอกัน” ปั้น เล่าถึงทัวร์นาเมนต์ที่กลายเป็นประตูสำคัญเปิดโอกาสให้เขาได้สานความฝันสู่เส้นทางนักแข่ง Overwatch ต่างประเทศ

We would like to annouce that our Overwatch playerPatiphan "Patiphan" Chaiwonghas signed a contract and transfered…

Posted by Xavier Esports on Wednesday, May 29, 2019

“ทีมผมได้ที่ 5 จาก 10 ทีม ทำให้คนเห็นว่า เรามีของ พอจบรายการนั้นผมได้ข้อเสนอจากหลายทีม เกม Overwatch จะมีลีกระดับสูงสุด ตอนนั้นผมเลือกไป Paris Eternal แต่อายุผมยังไม่ถึงเกณฑ์เลยต้องเข้าไปอยู่ในทีมสำรองของเขาคือ Eternal Academy เพื่อรออายุ 18 ปี แล้วขึ้นทีมหลัก”

เขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักแข่งภายใต้ต้นสังกัด Paris Eternal ทีม Overwatch ของฝรั่งเศส และมีแผนเดินทางไปร่วมทีมในปี 2020 มันคือความฝันที่เขาหวังมาตลอด แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลง

แรงใจจากครอบครัวในวันที่ล้ม

อนาคตของ ปั้น ในฐานะผู้เล่นคนไทยหนึ่งเดียวของ Eternal Academy ควรเป็นไปตามแผน เขาควรได้เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อร่วมซ้อมกับทีม พ่อแม่ควรได้ภูมิใจกับก้าวสำคัญของลูกชายคนนี้ แต่กลับโดนหยุดชะงักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทุกอย่างพังครืนจนเขาเกือบป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

“เดือนมกราคม ปี 2020 โควิดระบาดผมเลยไปแข่งที่ฝรั่งเศสไม่ได้ ผมติดอยู่แบบนี้ เขาแข่งเซิร์ฟยุโรป กัน แต่ตัวผมอยู่ไทยเลยไม่สามารถเข้าแข่งได้ ผมนั่งเฉยๆ 6 เดือน ไม่ได้ลงแข่งอะไรเลย ช่วงสองเดือนสุดท้ายผมบอกทีมว่า อยากแข่ง ผมอยู่เฉยๆมา 4 เดือนจนเริ่มหมดไฟแล้ว ผมขอยืมตัวไปทีมอื่นได้ไหม เขาเลยปล่อยยืมไปอยู่กับทีมเกาหลี”

ปั้น ถูกส่งให้ World Game Star Phoenix ภายใต้สัญญายืมตัว ก่อนจะช่วยทีมคว้าแชมป์ Contenders 2020 KR Season 1 – Week 4 แต่ทุกอย่างดูสายไปแล้ว เขาได้ลงแข่ง ได้แชมป์มาประดับความสำเร็จ แต่มันกลับสวนทางไฟในตัวที่กำลังมอดดับลง และไม่มีทางจุดติดอีกต่อไป

“ผมแข่งได้แชมป์อีกรอบ แต่ผมรู้สึกหมดไฟมากๆ กับช่วง 6 เดือนที่ว่างเปล่า พอแข่งได้แชมป์ก็ไม่ได้รู้สึกดี อาจเพราะเบื่อมานานเกินไปหมดไฟกับการแข่ง Overwatch ไปแล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงที่ Valorant เพิ่งมาพอดี จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจก็มาจากความหมดไฟจากเกมเก่านี่แหละ”

“ผมรู้สึกเสียดายมากๆกับโอกาสได้ไปเล่นต่างประเทศ” ปั้น กล่าวต่อถึงความฝันที่เขาผ่านก้าวแรกมาแล้ว แต่กลับไปไม่สุดทาง

“มันเป็นสิ่งที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรก และก็ได้ไปแล้ว แต่ผมแข่งไม่ได้ ช่วงเวลา 6 เดือนนั้นมันมีมากกว่าความหมดไฟ ผมเศร้ามาก กินไม่ลง นอนไม่หลับ ผอมลงกว่าเดิม เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า เราได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ แต่ไม่สามารถทำได้ เครียดมาก พอทับถมไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่า เราต้องออกจากตรงนี้แล้ว เลยตัดสินใจที่จะเลิก”

“ผมเป็นพวกบ้าการแข่ง พอไม่ได้แข่งมันจะเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมเลยต้องหาสิ่งที่ทำให้ผมดีขึ้น จิตใจดีขึ้นนั่นคือการแข่งขัน ถ้าวันนั้นผมได้ไปฝรั่งเศส ตอนนี้ผมจะได้ไปอยู่ในลีกสูงสุดกับ Paris Eternal มันควรจะเป็นแบบนั้น”

แน่นอนว่าหัวอกคนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกชายกินไม่ได้นอนไม่หลับก็ยิ่งเป็นห่วง สิ่งที่ทำได้คือการให้กำลังใจอยู่ข้างๆ และเชื่อมั่นว่า วันแห่งความสำเร็จของลูกชายคนนี้จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน

“แม่เขาก็เป็นห่วงผม แต่เขาทำอะไรไม่ได้ แม่รู้ว่า ผมเป็นพวกไฟแรงชอบการแข่งขัน ผมไม่ได้อยากนั่งจิตตกแบบนี้ แต่บังคับตัวเองไม่ได้ เพราะเราแข่งไม่ได้ แม่ทำได้แต่หาข้าวให้กินพยายามให้กำลังใจว่า เดี๋ยวเราก็ได้กลับไปแข่ง”

หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นทำให้ ปั้น หมดไฟกับ Overwatch และมองหาลู่ทางที่จะทำให้ตัวเขาคนเดิมกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะได้คำตอบว่า การแข่งขันคือสิ่งเดียวที่จะดึงเขาออกจากวังวนนั้น แต่เมื่อ Overwatch ไม่ใช่คำตอบ เขาจึงเบนเข็มไปทางอื่น

และ Valorant คือเป้าหมายที่เขาเลือก

เกิดใหม่กับ Valorant

ในขณะนั้น Varolant เป็นเกมใหม่ถอดด้ามที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน ทำให้ ปั้น มีความลังเลพอสมควรกับการตัดสินใจครั้งนั้น เพราะ Overwatch เขามีโอกาสทำเงินมากมายภายใต้ผู้เล่นของ Paris Eternal อีกทั้งจะได้ไปเล่นที่ฝรั่งเศสแน่นอน แต่กับ Valorant ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่จากศูนย์

“ผมเล่น Overwatch สลับกับ Valorant ตั้งแต่อยู่กับ World Game Star Phoenix เพราะยังไม่แน่ใจว่า จะเลิกแข่งดีไหมหรือแข่งต่อดี สำหรับ Valorant ในตอนนั้นมันยังไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่า ถ้ามาแข่งเราจะทำเงินได้ไหม จะเก่งเหมือนเกมเดิมไหม ผมคิดอยู่เกือบเดือนต้องสู้กับความคิดตัวเอง เครียดมาก”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ผมไม่มั่นใจในตัวเองเลย โดนตั้งคำถามว่า เรามาจาก Overwatch มาเล่น Valorant จะเก่งได้ไหม จะสู้ได้เหรอ ทำให้ผมคิดว่าไม่ได้ละ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปผมตายแน่ ผมมีสองปัจจัยในการตัดสินใจระหว่างเงินกับสุขภาพ Overwatch ผมทำเงินได้แน่ ส่วน Valorant มันต้องไปเริ่มจากศูนย์ แต่สุดท้ายผมก็เลือก Valorant”

Overwatch กลายเป็นอดีต ขณะที่ Valorant คือปัจจุบัน และอนาคต ปั้น ปลุกไฟในตัวเองเดินหน้าลุยอย่างมั่นใจ เขาไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ สุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็พร้อมทำมันอย่างเต็มที่ ซึ่งต่อมาทุกอย่างก็ไปได้ดี

“ตอนนั้นต่อให้ไม่มีเงินเดือนผมก็ไม่ติด ขอแค่ได้ลงแข่งก็พอ มันเป็นช่วงที่แย่สุดในชีวิตเลย แล้วถ้าวันนี้ผมไม่ได้อยู่จุดนี้คงเสียใจว่าทำไมไม่อยู่ Overwatch ต่อ แต่ตอนนี้พอทำได้รู้สึกดีแล้ว ผมกำลังสร้างทุกอย่างกลับมา ทุกอย่างกำลังไปในทิศทางที่ดีขึ้น”

แม้จะเป็นเกมแนว FPS เหมือนกัน แต่ทั้งสองเกมมีความแตกต่างทั้งแทคติกการเล่นตลอดจนจำนวนผู้เล่นที่ส่งผลกับการวางแผนแนวทางการแข่งขัน ทำให้ ปั้น ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร ก่อนจะเริ่มคุ้นชิน และไต่ระดับความโหดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดที่เขารู้สึกพร้อมแล้ว สำหรับการแข่งขัน Valorant

เขาชักชวนพี่ๆที่เล่น Valorant ด้วยกันก่อตั้งทีมลงแข่งภายใต้ชื่อ Thailand Attitude ที่รวมกลุ่มกันขึ้นมาเอง และสามารถคว้าแชมป์ eArena Valorant Cup – Main Stage ความสำเร็จแรกมาพร้อมความกระหายที่มากกว่าเดิม ทำให้พวกเขาตัดสินใจยื่นผลงานให้หลายทีมอีสปอร์ตเพื่อหาต้นสังกัดจริงจัง ก่อนจะลงเอยกับ MiTH ยอดทีมอีสปอร์ตชื่อดังของไทย

การลงเล่นกับ MiTH สร้างชื่อเสียงให้ ปั้น กลับมามีชื่อเสียงในวงการเกมอีกครั้ง หลายคนจำได้ว่า นี่คือหนุ่มน้อยดาวรุ่ง Overwatch ที่เคยเป็นตัวแทนไทยไปชิงแชมป์โลกมาแล้ว และวันนี้เขากำลังเกิดใหม่กับ Valorant 

ปั้น ช่วย MiTH กวาดแชมป์ไปถึง 3 รายการ โดยแชมป์ ESL Thailand Championship 2020 เป็นรายการสุดท้ายของเขา และทีม เมื่อเขามองว่า เป็นเวลาที่ต้องออกบินอีกครั้ง และไปให้สูงกว่าเดิม

ชิงแชมป์โลกอีกครั้ง

ปี 2021 ปั้น ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ X10 Esports ลงแข่งขันในรายการ VCT 2021: Thailand Stage 2 Challengers 1 ก่อนช่วยต้นสังกัดใหม่ผ่านเข้าไปเล่น VCT 2021: Southeast Asia Stage 2 Challengers Finals รายการที่จะคัดทีมที่ดีที่สุดลุนศึก VCT SEA Challengers Playoffs ที่กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์

“ช่วงแรกหลายคนเป็นห่วงผมว่า X10 ซ้อมหนักนะ จะไหวเหรอ แต่ผมชินกับการซ้อมหนักอยู่แล้ว ผมเคยผ่านอะไรแบบนี้มาหมดแล้ว และผมคิดว่า ทุกทีมควรจะมีมาตรฐานแบบนี้ ซึ่ง X10 ทำแบบนั้นได้ มันคือสิ่งที่ผมต้องการ”

ช่วงเวลาเพียงสองเดือน ปั้น โชว์ฝีมือการเล่นได้โดดเด่น ถึงขั้นที่สื่อต่างแดนเอ่ยปากชมว่า เขาคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ Southeast Asia Stage 2 

“ผมรู้สึกดีที่เขา(สื่อต่างประเทศ)รู้จักผม แต่ผมไม่ได้อยากให้คนมองผมที่อายุ เพราะเรื่องประสบการณ์แข่งผมมีเยอะ ผมเคยแข่งที่ไต้หวัน ที่เกาหลีใต้ มาแล้วเรื่องอายุถูกหยิบมาพูดบ่อยว่า อายุเท่านี้เก่งจัง คือมันโอเคนะ แต่อยากให้มองผมที่ผลงานมากกว่า อายุไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่า ผมเก่งหรือไม่เก่ง”

“ผมมองว่า คำว่าเด็ก มันใช้ไม่ได้กับทุกคน เด็กเป็นคนที่ไม่มีประสบการณ์ถูกต้องแล้ว แต่อยู่ที่ว่าเขาจะเรียนรู้ได้มากขนาดไหน บางคนไปรู้ตัวตอน 20 ปี บางคนรู้แต่แรกว่า เราต้องทำอย่างไร ตื่นเต้นก็หาวิธีสู้กับความกดดัน พอหาได้ก็อยู่ได้ชอบกดดัน เป็นประสบการณ์ คนอายุน้อยต้องการประสบการณ์แล้วเขาจะเรียนรู้กับมันเอง เด็กเก่งๆเยอะมาก บางคนโดนคำพูดโดนดูถูกเด็กเท่านี้จะทำอะไรได้ ผมเลยคิดว่า คำพวกนั้นถ้าจะบอกไม่ให้สนใจก็ยาก แต่การเชื่อมั่นในตัวเอง มันสำคัญที่สุด ผมไม่สนคำวิจารณ์ แต่คำติชมรับเอาไว้ปรับปรุงแก้ไข”

ไม่ว่าจะคำชมหรือคำวิจารณ์ ที่สุดแล้ว ปั้น สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาคือตัวจริงแห่ง Valorant เมื่อช่วย X10 คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากอาเซียนเข้าแข่งขันอย่าง VCT SEA Challengers Playoffs ที่จะประชัน 9 ทีมระดับโลกที่ถูกคัดเลือกมาแล้ว

วันนี้เขากลับสู่เวทีระดับโลกอีกครั้งในฐานะผู้เล่น Valorant และมีโอกาสไปถึงแชมป์โลกด้วย

“รายการนี้ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรมาก ผมไม่อยากคาดหวังเกินไป เพราะถ้าคาดหวังผมจะกดดันตัวเอง และอาจทำได้ไม่ดีพอ แต่คิดว่า ผมขอเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดในแต่ละแมตช์ดีกว่า ผมไม่ได้สนใจว่า จะได้ที่เท่าไหร่ แต่ผมสนใจแต่ว่า ผมจะต้องชนะ ผมตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งการจะทำให้ดีที่สุดคือผมจะต้องชนะ แต่ถ้าผมไม่ชนะ ผมก็โอเค”

ครอบครัว เกม และชีวิต

ปั้น ยอมรับว่า ครอบครัวคือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ทำให้เขาเดินมาถึงจุดนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปวันที่เขาขอไปแข่ง Overwatch หากแม่ไม่ยอมเปิดโอกาสหรือคุณพ่อไม่ได้สนับสนุน เขาก็คงไม่มีวันนี้

“ครอบครัวคือพื้นฐานความสำเร็จทุกอย่างของผม ถ้าผมไม่มีพวกเขา ผมไม่สามารถมายืนในจุดนี้ได้ ผมรู้สึกขอบคุณตัวผมเองด้วยที่เป็นคนบ้าแบบนั้นไม่คิดอะไรไม่สนใจ ลุยอย่างเดียว รวมถึงคนรอบตัวที่ทักเราว่า เราเป็นตัวแทนทีมชาติได้ไปแข่งระดับโลก มันเป็นส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่า ทุกคนรู้จักเรา แม้แต่คนที่ไม่เล่นเกมเขาก็ยังรู้จักเรา”

“แต่ผมมองว่า ผมเพิ่งเดินถึงบันไดขั้นที่ 6 ในชีวิต จาก 10 ขั้น ความฝันของผมสูงสุดคือการเล่นให้ทีมใหญ่ๆในต่างประเทศ นั่นคือความฝันส่วนตัว แต่ตอนนี้ผมอยู่ทีมไทยได้มีโอกาสเล่นให้คนทั่วโลกเห็นมันก็มาได้ถูกทางแล้ว”

เส้นทางของ ปั้น นับว่าแตกต่างจากเพลย์เยอร์บางคน เพราะหากเลือกเกมก็คงโดนค้านจนต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และส่งผลต่อชีวิตรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวที่อาจจบไม่สวย แต่สำหรับครอบครัว ปั้น พวกเขาพร้อมเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกทางเดินของตัวเอง โดยอยู่สนับสนุนข้างกายไม่ห่าง แม้ในวันที่เจ็บช้ำก็ไม่เคยให้ลูกเปลี่ยนเส้นทาง และให้กำลังใจอยู่เสมอ

“ต้องขอบคุณพ่อแม่ของผมที่เขาเป็นคนหัวสมัยใหม่ เขาคิดอะไรตามโลกทันตลอด เขารู้ว่าวงการนี้มันดีอย่างไร เขาติดตามตลอดทุกเรื่อง ผมพูดไม่ถูกว่า ตอนนั้นที่เขายอมให้ไปแข่งไต้หวันเขาคิดอะไรอยู่ แต่แค่คนเป็นพ่อแม่ยอมสนับสนุนความคิดของลูกในตอนนั้นก็ดีมากแล้ว”

“ถ้าผมไม่มีพ่อแม่ในวันนั้นผมไม่รู้ตัวเองหรอกว่า เล่นเกมเก่ง ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า เด็กมีหลายอย่างที่เขาเก่งได้นอกจากการเรียน ถ้าผมไม่แข่งเกม ตอนนี้ผมคงเป็นเด็กเล่นเกมนั่งเรียนธรรมดาคนหนึ่ง ใครจะไปคิดว่า คำดูถูกว่า เด็กติดเกม จะสามารถเล่นเกมมาถึงจุดนี้ได้ เด็กยังมีความสามารถหลายอย่างที่เขาอาจยังหาตัวเองไม่เจอ”

“แต่ผมโชคดีที่เจอเร็ว ยิ่งถ้าพ่อแม่เปิดโอกาสให้เขาทำในสิ่งที่ชอบ เขาจะเก่งในเรื่องนั้น และมี Passion กับมันเยอะ ก็เหมือนพ่อแม่ที่รับฟังผม และใช้เกมพาชีวิตมาถึงจุดนี้” ปั้น ทิ้งท้าย

อ่านเพิ่ม: 5 จังหวะการเล่นสุดเหนือชั้นจากศึก VCT SEA playoffs